ประวัติลีวายส์501

คงจะไม่ผิดที่จะพูดว่า ‘เดนิม’ กลายเป็นไอเท็มหลักในตู้เสื้อผ้าของคนส่วนใหญ่ไปแล้ว ทั้งกางเกงยีนส์ แจ็คเก็ตเดนิม และเสื้อผ้าอื่นๆ ที่ทำจากผ้าเดนิม แล้วหลายๆ แบรนด์ที่เรามีในตู้ ก็เป็นที่รู้จักของคนรักยีนส์ทั่วโลกอย่าง Levi’s, Diesel และ Lee แต่ก็ยังมีแบรนด์น้องใหม่ที่มียีนส์รุ่นดังๆ ให้เราได้เลือกใส่และได้เลือกสะสมกันอีกมากมาย เดนิมและเรื่องราวจากอดีตจนปัจจุบัน แต่กว่าที่เดนิมยีนส์จะกลายมาเป็นไอเท็มฮิตของเหล่าแฟชั่นนิสต้าแบบทุกวันนี้ ก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาอย่างยาวนานกว่า 160 ปี OneSiam จะพาไปทุกคนเดินทางย้อนเวลาไปเจาะลึกประวัติศาสตร์ของเดนิมส์ ตั้งแต่ในยุคเริ่มต้นจนถึงแฟชั่นยีนส์ในปัจจุบัน1853 – ‘Levi Strauss’ ผู้อพยพชาวเยอรมันได้ก่อตั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าชื่อ Levi Strauss & Co. ขึ้น และที่ซานฟรานซิสโก พวกเขาสร้างชื่อเสียงและทำรายได้จากการขายผ้ายีนส์ที่มีความทนทานได้อย่างมากมาย 1873 – ผู้อพยพชาวลัตเวีย ‘Jacob Davis’ หนึ่งในลูกค้าของลีวาย ร่วมกันผลิตกางเกง ‘XX’ ซึ่งต่อมากลายเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘Levi 501’ ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นกางเกงยีนส์ตัวแรกของโลกก็ว่าได้ โดยกางเกงยีนส์เหล่านี้จะเพิ่มหมุดโลหะที่กระเป๋าและกางเกง เพิ่มความทนทานในการสวมใส่ให้มากขึ้น

slotxo

1914 – ‘William Hart’ นักแสดงหนังเงียบกับบทฮีโร่ที่สวมกางเกงบลูยีนส์ในภาพยนตร์คาวบอยยอดนิยม ทำให้ยีนส์ได้รับความสนใจมากขึ้น และนั่นยังเป็นภาพที่ช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของสหรัฐ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วย1920s & 1930s – กางเกงยีนส์กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนงานเหมือง คาวบอย และคนงานที่ต้องการเสื้อผ้าที่มีความทนทาน และเมื่อนิตยสาร Vogue ตีพิมพ์ฉบับแรก หน้าปกนางแบบแต่งกายด้วยชุดยีนส์ นั่นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของยีนส์และแฟชั่นสำหรับผู้หญิงเลยทีเดียว และในปี 1936 ลีวายก็เพิ่มป้ายสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ลงบนกระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ 1940s – ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ทหารและลูกเรือชาวอเมริกันที่สวมใส่ยีนส์กับเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตแขนสั้นในลุคที่ดูแคชวล กลายเป็นเหมือนพรีเซ็นเตอร์ที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักและสวมใส่ยีนส์กันมากขึ้น1950s – ภาพยนตร์ฮอลลีวูดใช้ยีนส์เป็นสัญลักษณ์ของการกบฏต่อต้านระบบ วัยรุ่นจึงมักสวมกางเกงบลูยีนส์ตามแบบคนดังในภาพยนตร์อย่าง James Dean และ Marlon Brando และภาพแบดบอยจากภาพยนตร์ที่พวกเขาแสดง ทำให้บลูยีนส์ถูกแบนจากโรงเรียนรัฐบาลบางแห่งในสหรัฐอเมริกา เราเชื่อว่าผู้ชายทุกคนชอบใส่เสื้อผ้ายีนส์ โดยเฉพาะกางเกงยีนส์นี้เป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้ของใครหลายๆ คน และหากจะพูดถึงแบรนด์ยีนส์ชื่อดังที่ทุกคนยกให้เป็นเบอร์หนึ่งของโลกก็คงต้องเป็น ลีวาย อย่างแน่นอน เพราะแบรนด์นี้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1853 มีการสั่งสมชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือมานาน จนกลายเป็นที่นิยมของคนทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบกับคุณภาพที่ไว้ใจได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามอินเทรนด์ และความทนทาน ทำให้ปัจจุบันเสื้อผ้ายีนส์ลีวายก็ถูกกระจายออกไปจำหน่ายกว่า 110 ประเทศทั่วโลกแล้ว วันนี้เราจึงอยากจะพาเพื่อนๆ ย้อนอดีตมาทำความรู้จักลีวายกันแบบลึกๆ บ้าง ซึ่งจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไร ใครสนใจอยากรู้ก็ตามมาอ่านกันเลย
ช่วงก่อตั้ง ปลายศตวรรษที่ 19 จุดเริ่มต้นของการกำเนิดแบรนด์ลีวายก็คงต้องย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1853 ที่นายลีวายส์ สเตราส์ ได้ย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ ซานฟรานซิสโก ซึ่งที่นี่เค้าได้ประกอบธุรกิจขายเสื้อผ้า และผ้าห่ม จากนั้นในปี ค.ศ. 1872 นายจาคอบ เดวิส ช่างตัดเย็บจากรัฐเนวาด้า ที่ได้รู้จักกับ ลีวายส์ ก็ได้แนะนำให้ลีวายใช้ Rivet เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับกางเกง จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ร่วมกันจดสิทธิบัตรการใช้ Rivet กับกางเกงนี้ ซึ่งจุดนี้เองที่เป็นต้นกำเนิดของกางเกงยีนส์ตัวแรกของโลกที่มีขึ้นในปี ค.ศ. 1973 ลีวายส์ และจาคอบ ก็ได้ร่วมกันตัดเย็บกางเกงที่ทำจากผ้าฝ้ายสีขาว พร้อมกับตรึงหมุดเหล็กเป็นแนวลงมาตามขอบกระเป๋าเพื่อเสริมความแข็งแรงทนทาน กลายเป็นที่เลื่องลือ

<a

xoslot

ยีนส์ที่ได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษนี้มีทั้งกางเกงยีนส์ฟอกสีฟ้าอ่อน กางเกงยีนส์สีดำ กับแบรนด์ที่โดดเด่นรวมถึง Levi’s, Lee Cooper และ Wrangler1960s – นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคฮิปปี้ แล้วกางเกงบลูยีนส์ก็เป็นเสื้อผ้าของคนรุ่นใหม่ แสดงถึงอิสระและความรักที่เปลี่ยนวัฒนธรรมของชาวอเมริกันไปเลย และสำหรับพวกฮิปปี้มันหมายถึงอิสรภาพ ในช่วงเวลานี้ผู้คนจะตกแต่งกางเกงยีนส์ของพวกเขาด้วยการปักด้ายสีสดใส หินสี และการตัดต่อผ้า รวมถึงการแต่งตัวแบบเดนิมทั้งตัว (Double Denim) ก็เริ่มกลายเป็นเทรนด์แฟชั่น ที่ทำให้แจ็คเก็ตยีนส์กลายเป็นไอเท็มหลักประจำตู้เสื้อผ้าของพวกฮิปปี้ไปโดยปริยาย 1970s – ยีนส์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมรดกทางวัฒนธรรมอเมริกัน หนึ่งในยีนส์ที่โดดเด่นกว่าใครคือกางเกงยีนส์ขาด (ripped jeans) ซึ่งได้รับความนิยมจากวงพังก์ร็อค เช่น The Ramones และนักแสดงหญิง Farrah Fawcett ยังช่วยทำให้กางเกงยีนส์เป็นที่นิยมมากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Charlies Angels’ นอกจากนี้ กระโปรงยีนส์และเสื้อยีนส์ก็เริ่มได้รับความนิยมในยุคนี้ด้วย1980s – เดนิมลุคเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ศิลปินฮิปฮอปชอบใส่ยีนส์ตัวโคร่งๆ แต่ในทางกลับกัน ศิลปินพังก์ร็อคและเฮฟวีเมทัลชอบกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ ทศวรรษนี้นับเป็นจุดกำเนิดของยีนส์ดีไซเนอร์ พวกเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ เช่น Calvin Klein, Jordache และ Gloria Vanderbilt ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด 1990s – นี่คือยุคของแฟชั่นแนวกรันจ์ที่เราจะเลือกสวมใส่กางเกงยีนส์ในวันสบายๆ รวมทั้งกางเกงยีนส์ของช่างไม้ที่มีหลายช่องและหลายแท็บ ยุคนี้ผู้หญิงก็นิยมใส่กางเกงยีนส์ และสำหรับผู้ชายก็ชอบสวมใส่แบ็กกี้ยีนส์ตามแบบศิลปินฮิปฮอป

<a

เครดิตฟรี

2000s – ในช่วงต้นทศวรรษนี้ ป๊อปสตาร์อย่าง Britney Spears และ Christina Aguilera ช่วยทำให้กางเกงยีนส์เอวต่ำฮ็อตฮิตมากขึ้น เดนิมกลายเป็นแฟชั่นไปแล้วโดยเฉพาะกับสาวๆ มักจะใส่ยีนส์แบบสกินนี่ไปปาร์ตี้ในคืนวันเสาร์ และนวัตกรรมยีนส์ผ้ายืด (stretch jeans) ที่ทำให้เกิดกางเกงยีนส์แบบเลคกิ้ง และทุกคนก็สวมใส่มันไปทุกที่ 2010s to Today – ถึงวันนี้เทรนด์แฟชั่นเดนิมยังคงแตกต่างและหลากหลาย โดยกางเกงยีนส์ที่ได้รับความนิยมมากในยุคนี้ คือ กางเกงยีนส์ขาตรงและกางเกงยีนส์เอวสูง แต่ชุดเดนิมที่ได้แรงบันดาลใจจากแนววินเทจก็กลับมาด้วย ทั้งจั๊มสูทและเสื้อคลุมหลวมๆ แล้วการเกิดขึ้นของแบรนด์ยีนส์น้องใหม่ รวมถึงยีนส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่ท้าทายให้บริษัทและผู้ผลิตผ้ายีนส์ระดับพรีเมียมที่มีชื่อเสียงในตลาด ต่างปรับตัวเพื่อทำให้แฟชั่นยีนส์คงอยู่ จากเครื่องแบบคนงานในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงตอนนี้ เราเห็นเลยว่ากางเกงยีนส์และผ้าเดนิมกลายเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่ได้รับการยอมรับที่สุดในปัจจุบัน ลีวายส์ก้าวผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้นโลกของเราก็เข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้ช่วงนี้กิจการของลีวายส์ต้องหยุดชะงักลงเพราะต้องดำเนินนโยบายเพื่อประหยัดทรัพยากรในการผลิตตอบสนองความต้องการของรัฐบาลในช่วงสงครามนี้ หลังจากที่สงครามจบลง ลีวายส์ก็ได้กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งในปี ค.ศ. 1947 ที่ได้มีการออกแบบกางเกงยีนส์ 501 ดีไซน์ใหม่ด้วยการตัดเย็บที่มีรูปทรงสลิมเข้ารูปยิ่งขึ้น และใช้การเดินเส้นด้ายตรงกระเป๋าหลังแบบโค้งปีกนกด้วยจักรเป็นเส้นคู่ ทำให้ได้ลุคที่ดูปราดเปรียวคล่องตัวยิ่งขึ้น และมันก็ได้กลายเป็นต้นแบบของยีนส์ลีวาย 501 ในปัจจุบัน การเปลี่ยนโลโก้ ปี ค.ศ. 1967 โลโก้ Batwing ที่ถูกดีไซน์โดย Walter Lander & Associates ต่อมาในปี ค.ศ. 198 Levi Strauss & Co. ก็ได้กลายเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี ค.ศ. 1980 นับจากจุดนั้นกิจการของลีวายส์ก็เติบโตอย่างมั่นคงเรื่อยมา จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1986 บริษัทก็ได้ให้กำเนิดแบรนด์ Docker เป็นแบรนด์ลูกซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในหมวดเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย และในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ก็คือปี ค.ศ. 1996 ลีวายส์ก็ได้ให้กำเนิด Levis Vintage Clothing ซึ่งเป็นการนำเอาสินค้าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกลับมาผลิตใหม่ในแบบเหมือนของดั้งเดิมทุกประการ สู่ความทันสมัยในยุคปัจจุบันช่วงต้นศตวรรษที่ 21

สล็อต xo