“Lee”กับการเดินทาง125ปี

ณ เวลานี้คำว่า “กางเกงยีนส์” ได้เดินทางมาถึงจุดที่มีผู้ผลิตก้าวเข้ามาเล่นในตลาดจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งจากประเทศ ต้นฉบับอย่างอเมริกาหรือถ้าเป็นฝั่งเอเชียก็มีประเทศญี่ปุ่นเป็นแกนนำ รวมๆแล้วมีแบรนด์ยีนส์เกิดใหม่ออกมามากมายแทบจำชืกันไม่หมด แต่ถ้าเมื่อไรที่มีคนพูดถึงชื่อ “Lee” พวกเขาคือหนึ่งใน แบรนด์เดนิมชั้นนำระดับโลกที่อยู่ใน Top 5 ยีนส์ได้รับความนิยมโดยไม่ต้องสงสัย ถ้าเผื่อคนที่เคยใส่ Lee มานานแล้ว แต่ไม่เคยรู้เรื่องราวของพวกเขามาก่อน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Lee ผ่านไทม์ไลน์ช่วงเวลาต่างๆในประวัติศาสตร์เกิน 100 ปี ของพวกเขากันปี 1889 นายเฮนรี่ เดวิด ลี (Henry David Lee) ในวัยอายุ 40 ปี ได้ก่อตั้ง ‘H.D. Lee Mercantile Company’ ขึ้นในเมือง Salina รัฐ Kansas ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ Lee ตอนนั้นไม่ใช่กางเกงยีนส์แต่อย่างใด ร้าน Lee คือร้านขายของชำขนาดใหญ่ (Mercantile)ที่เห็นได้เป็นปกติทั่วในอเมริกาสมัยนั้น ด้วยความตั้งใจของ Lee ภายในเวลาไม่ถึง 20 ปี ร้านได้กลายเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ หนังสือพิมพ์ถึงกับลงข่าวว่า “H.D. Lee คือชื่อที่ติดอยู่ในทุกปากของผู้คนแคนซัส และสินค้าของเขาก็อยู่บนชั้นวางของทุกครัวเรือน”ปี 1910’s ยีนส์เริ่มมีครั้งแรกที่เมืองเจโนวา เมืองท่าของประเทศอิตาลี โดยจุดประสงค์เพื่อกะลาสีชาวเจนัว ไว้ใส่เพื่อรองรับต่อ สภาพแห้งหรือเปียกได้ดี และสามารถถกขากางเกงได้ขณะอยู่บนดาดฟ้าเรือ ผ้ายีนส์ที่ทำขึ้นมาในนครเจโนอา กลางศตวรรษที่ 19 ซึ่งทางประเทศอังกฤษสั่งนำเข้าผ้าชนิดนี้ ด้วยความทึ่งในความทนทาน และเรียกผ้านี้รวมๆว่า Fustian ซึ่งแปลว่าผ้าสีเนื้อหยาบ ต่อมาระหว่างที่เรือขนส่งสินค้าเดินทางจากอิตาลีมาอังกฤษ ต้องผ่านประเทศฝรั่งเศส ซึ่งคนเมืองเรียกเมืองเจนัวว่า แชน (Gênes) และเรียกสินค้าจากเจนัวว่า ชีน (Jene) ซึ่งภายหลังเปลี่ยนมาเป็น ชอง (Jean) พอมาถึงอังกฤษ ชาวอังกฤษ อ่านคำว่า Jean ว่า จีน หรือยีน เช่นเดียวกับคนอเมริกันที่พูดภาษาอังกฤษ ซึ่งเมื่อคนนำผ้ายีนส์นี้ไปตัดกางเกง ก็ต้องเป็นคำที่เติม s จึงเรียกว่า Jeans ยีนส์ จนกระทั่งราวปี ค.ศ. 1850 หรือ พ.ศ. 2393 ลีวาย สเตราส์ (Levi Strauss) ชาวเยอรมันที่อาศัยอยู่ที่ซานฟรานซิสโกได้ผลิตกางเกงยีนส์ในชื่อ ลีวายส์ โดยตั้งชื่อกางเกงยีนส์ตามชื่อผ้าฝ้าย โดยผ้าฝ้ายนำมาจากผู้ผลิตที่ เมืองเจนัว (Genoa) แต่ในภาพรวมแล้วเหมือนกัน

slotxo

ในช่วง 10 ปีนี้ หลังจากที่ร้าน Mercantile ของ H.D. Lee ได้กลายเป็นร้านขายของชื่อดังครองใจผู้คนในรัฐไปแล้ว เขาขยับมาต่อที่เรื่องของเสื้อผ้าที่ผู้คนใช้ใส่ทำงานกันบ้าง ริเริ่มผลิตชุดเอี๊ยม “Bib Overall” แต่ยังไม่ฮิตติดตลาด จนมาถึงตอนที่ “Union-All” ชุดที่เย็บติดระหว่างแจ๊คเกตและกางเกงยีนส์ถูกนำเข้าตลาด (บ้านเราบางคนอาจจะเรียกชุดหมี ชุดช็อป ชุดช่าง Jumpsuit หรืออะไรก็แล้วแต่) ไม่นานไอเทมเดนิมทั้งสองชิ้นได้ครองใจผู้คน และกลายเป็นยูนิฟอร์มของคนทำงานช่างไปเลย โอกาสนี้ Lee จึงตัดสินใจเปิดแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือเป็นผู้ผลิตกางเกงยีนส์และแจ๊คเก็ตยีนส์ โดยเฉพาะ (จวบจนถึงปัจจุบันชุดเอี๊ยมและชุดหมีของ Lee ก็ยังคงความเอกลักษณ์ประจำของแบรนด์)ธุรกิจเสื้อผ้าของ Lee กำลังไปได้สวย พวกเขามีโรงงานผลิตของตัวเอง และขยายสาขารวมถึงมีโกดังเก็บของอยู่ที่ San Francisco และ Los Angeles จะบอกว่ายุค 20’s คือช่วงเวลาที่กางเกงยีนส์ Lee พัฒนาแบบก้าว กระโดดก็คงไม่ผิด เริ่มจากการเปิดตัวตุ๊กตาเด็กผู้ชายหน้าหวาน แต่งตัวแบบคาวบอย “Buddy Lee” (คนเก็บของวินเทจคงรู้จักกันดี) มาเป็นมาสค๊อตใช้เพื่อการโฆษณาของพวกเขา ถิอเป็นเจ้าแรกๆเลยก็ว่าได้ที่มีการนำตัวละครสมมุติมาใช้พูดในแบรนด์เสื้อผ้า (ในช่วงยุค 90’s Buddy Lee ยังถูกนำ กลับมาเป็นโฆษณาชุดดังที่นำเสนอไอเดียว่ากางเกง Lee ใส่ทนซะจนตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ใครเกิดยุคนั้นน่าจะเคยเห็นกัน) ในปี 1924 Lee เปิดตัว “101 Jeans” กางเกงยีนส์ที่พวกเขากล้าออกปากเลยว่าเป็น “ยีนส์สำหรับคาวบอย” เป็นกางเกงยีนส์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และตอกย้ำด้วยคิดค้นการใส่ซิปลงในกางเกงยีนส์ (เป็นเจ้าแรก) ใช้ชื่อว่า “WHIZ IT” ทำให้คนใส่รู้สึกสบาย ถอดเข้าถอดออกก็ง่าย Lee เลยได้เครดิตจากฟังก์ชั่นนี้ไปเต็มๆ แต่น่าเสียดายที่ในปี 1928 นาย H.D. Lee ก็ได้เสียชีวิตลงจากโรคหัวใจถึงแม้ H.D. Lee จะจากไป แต่แบรนด์ Lee ไม่ได้หยุดตัวลงแต่อย่างใด (หลานเขยเข้ามาคุมงานต่อ) พวกเขาขยับตัวต่อด้วยการผลิตกางเกงรุ่น Rider Pants ที่ทำให้เข้าถึงตลาดในซาน ฟรานซิสโกมากขึ้น เป้าหมายก็ยังคง เป็นบรรดาคาวบอยทั้งหลาย และเริ่มผลิตป้าย “Hair-on-Hide” ป้ายขนที่สามารถสอดเข็มขัดได้เป็นเอกลักษณ์ของ Lee ที่คนใส่ยีนส์ทุกคนรู้จักกันดี เป็นครั้งแรก

<a

xoslot

แฟชั่นการออกแบบ เป็นศิลปะของการใช้การออกแบบ , ความงาม , การก่อสร้างเสื้อผ้าและความงามของ ธรรมชาติที่จะเสื้อผ้าและอุปกรณ์เสริม ได้รับอิทธิพลจากทัศนคติทางวัฒนธรรมและสังคมและมีความแตกต่างกันไปตามเวลาและสถานที่นักออกแบบแฟชั่นทำงานหลายอย่างในการออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องประดับเช่นแหวนสร้อยข้อมือและสร้อยคอ เพราะเวลาที่จะต้องนำมาตัดเย็บเสื้อผ้าสู่ตลาดนักออกแบบต้องในเวลาที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค นักออกแบบ ทำการวิจัยเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นและตีความให้กับผู้ชม การออกแบบเฉพาะของพวกเขาใช้โดยผู้ผลิต นี่คือสาระสำคัญของบทบาทของนักออกแบบ อย่างไรก็ตามมีความแตกต่างในสิ่งนี้ซึ่งพิจารณาจากแนวทางการซื้อและการขายสินค้าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่นผู้ค้าปลีกราคาประหยัดจะใช้ผ้าราคาไม่แพงเพื่อตีความแนวโน้ม แต่ผู้ค้าปลีกระดับไฮเอนด์จะมั่นใจได้ว่าจะใช้ผ้าที่ดีที่สุดที่มีอยู่ นักออกแบบแฟชั่นพยายามออกแบบเสื้อผ้าที่ใช้งานได้ดีและสวยงาม พวกเขาพิจารณาว่าใครมีแนวโน้มที่ จะสวมใส่เสื้อผ้าและสถานการณ์ที่จะสวมใส่ และพวกเขาทำงานกับวัสดุสีลวดลายและสไตล์ที่หลากหลาย แม้ว่าเสื้อผ้าสวมใส่มากที่สุดสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวันอยู่ในช่วงแคบ ๆ ของรูปแบบธรรมดาเสื้อผ้าที่ผิดปกติมักจะหาโอกาสพิเศษเช่นสวมใส่เย็นหรือบุคคลชุด ในโลกตะวันตกส่วนมาก ผู้คนสวมกางเกงตั้งแต่สมัยโบราณและตลอดยุคกลาง กลายมาเป็นแบบเครื่องแต่งกายท่อนล่างของบุรุษที่พบเห็นบ่อยที่สุดในสมัยใหม่ แม้กางเกงขาสั้นจะมีผู้ใส่มาก และกระโปรงสก๊อต (klit) และเครื่องแต่งกายอื่นจะมีผู้สวมใส่ในหลายภูมิภาคและวัฒนธรรมเช่นกัน กางเกงขา สั้นนิยมใส่ในอากาศร้อนหรือเวลาเล่นกีฬาบางชนิดมากกว่า และเด็กมักสวมใส่กางเกงขาสั้น นับแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 กางเกงได้แพร่หลายสำหรับสตรีเช่นกัน กางเกงสวมที่สะโพกหรือเอว และอาจมีตัวเกี่ยวรัดไว้ เช่น เข็มขัดหรือสายเอี๊ยม (suspenders) หรือที่รั้ง (braces)

<a

เครดิตฟรี

เสื้อผ้าบางชิ้นผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคลเช่นในกรณีของการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้น สูงหรือการตัดเย็บตามความต้องการ วันนี้เสื้อผ้าส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาสำหรับตลาดมวลโดยเฉพาะอย่างยิ่งสบาย ๆ และทุกวันสวมใส่จะเรียกว่าพร้อมที่จะสวมใส่นักออกแบบแฟชั่นทำงานหลายอย่างในการออกแบบเสื้อผ้าและเครื่อง ประดับเช่นแหวนสร้อยข้อมือและสร้อยคอ เพราะเวลาที่จะต้องนำมาตัดเย็บเสื้อผ้าสู่ตลาดนักออกแบบต้องในเวลาที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภ นักออกแบบทำการวิจัยเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นและตีความให้กับผู้ชม การออกแบบเฉพาะของพวกเขาใช้โดยผู้ผลิต นี่คือสาระสำคัญของบทบาทของนักออกแบบ อย่างไรก็ตามมีความแตกต่างในสิ่งนี้ซึ่งพิจารณาจากแนวทางการซื้อและการขายสินค้าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่นผู้ค้าปลีกราคาประหยัดจะใช้ผ้าราคาไม่แพงเพื่อตีความแนวโน้ม แต่ผู้ค้าปลีกระดับไฮเอนด์จะมั่นใจได้ว่าจะใช้ผ้าที่ดีที่สุดที่มีอยู่ นักออกแบบแฟชั่นพยายามออกแบบเสื้อผ้าที่ใช้งานได้ดีและสวยงาม พวกเขาพิจารณาว่าใครมีแนวโน้มที่จะสวมใส่เสื้อผ้าและสถานการณ์ที่จะสวมใส่และพวกเขาทำงานกับวัสดุสีลวดลายและสไตล์ที่หลากหลาย แม้ว่าเสื้อผ้าสวมใส่มากที่สุดสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวันอยู่ในช่วงแคบ ๆ ของรูปแบบธรรมดาเสื้อผ้าที่ผิดปกติมักจะหาโอกาสพิเศษเช่นสวมใส่เย็นหรือบุคคลชุด

สล็อต xo