ประกาศิตกามเทพ

ประกาศิตกามเทพ

เหมทอง บุญญาฉัตรพงษ์ หรือ เหม (นพพล โกมารชุน) อัครมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจผลิตรองเท้า บริษัท เหมทอง จำกัด มีภรรยาคือ มนตรา (คาร่า พลสิทธิ์) และมีทายาทเพียงคนเดียวคือ เหมวัต (ธัญนพ ตระกูลโชคดี) เหมหวังจะมอบกิจการทุกอย่างให้สืบทอด แต่เหมวัตกลับไปรักใคร่ชอบพอกับ อุษา (สลิตา กลิ่นจันทร์) ที่เป็นเพียงลูกกำพร้าที่ยากจน คุณเหมกีดกันทุกวิถีทางจนเหมวัตต้องพาอุษาหนีหายไป คุณเหมโกรธมากถึงขั้นตัดขาดเหมวัตจากตระกูลบุญญาฉัตรพงษ์ โดยไม่คิดตามหา และคิดจะยกมรดกพร้อมกิจการทั้งหมดให้แก่ลูกบุญธรรมที่ขอมาเลี้ยงก่อนเหมวัตเกิด 3 คน…
แก้วกุมภัณฑ์

แก้วกุมภัณฑ์

เยาวมาลย์ หรือ แยม (ณปภา ตันตระกูล) ตกงานทำให้ มิ่งขวัญ (อภิรดี ภวภูตานนท์) และ มนตรี (ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว) เอือมระอาที่แยมไม่คิดจะหางานทำ มิ่งขวัญชวนแยมไปทำบุญด้วยกัน แยมเบื่อจึงขอออกมาเดินเล่น ทำให้พบกับ นิลุบลอัจฉรา (ปรัชญานันท์ สุวรรณมณี) ปลอมเป็นหญิงวัยกลางคนมาให้เหรียญทองแดงรูปยักษ์กับแยม แยมคิดว่าตัวเองฝันจึงไม่ได้สนใจ ระหว่างทางกลับบ้านแยมเจอเหรียญนั้นในกระเป๋าตกใจโยนทิ้งไป เมื่อกลับมาบ้านเหรียญนั้นก็กลับมาหาแยมอีกครั้งพร้อมกับยักษ์ที่มีร่างสีแดง ที่แนะนำตัวเองว่าชื่อ สุรมารา หรือ ยักษ์ (ฐกฤต ตวันพงค์)…
บ้านปั้นดาว

บ้านปั้นดาว

บ้านปั้นดาว เมก้าสตาร์ มีประธานบริหาร คือ คุณชาร์ล โรเบิร์ต (วิลลี่ แมคอินทอช) อดีตดาราฮอลลีวูด เจ้าของรางวัลเมก้าซูเปอร์สตาร์เพียงคนเดียวในโลก เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ไม่มีใครไม่รู้จักโรเบิร์ต เขามีเพื่อนสนิทชื่อ คิตตี้ (เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) ที่ชอบมโนว่าตัวเองเป็นดาราดังไม่ต่างจากโรเบิร์ต เมื่อคลื่นลูกใหม่มาแซงคลื่นลูกเก่า ทั้งสองคนจึงตัดสินใจร่วมหุ้นกันเปิดบ้านเมก้าสตาร์ บ้านที่มีจุดประสงค์เพื่อปั้นดินให้เป็นดาว และหาเมก้าซูปเปอร์สตาร์คนต่อไปที่จะมาแทนโรเบิร์ต การประกวดเมก้าสตาร์จึงเริ่มต้นขึ้น เครดิตฟรี บ้านปั้นดาวแห่งนี้รับเด็กฝึกเข้ามา 5 คน ได้แก่…
มีเพียงรัก

มีเพียงรัก

บนโลกออนไลน์ทุกคนต้องรู้จักเพจดังจอมสาระแน เพจจันทร์สายเจาะ ผู้ชอบขุด แคะ แงะ งัด เรื่องลับๆ ของคนดังมาแฉจนเป็นที่เลื่องลือและผู้ที่ควบคุมเพจคือ เจ้าขา (จรินทร์พร จุนเกียรติ) สาวน้อยผู้มีความฝันอยากเป็นนักสืบถึงขั้นยอมขัดใจพี่ชายสุดโหดเจ้าของฟาร์มโคนม จีรสิน (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) ไปลงเรียนเป็นนักสืบมืออาชีพ เปิดสำนักงานนักสืบและเริ่มเห็นช่องทางในโลกออนไลน์ เจ้าขากับเพื่อนซี้ แจ่มใส (ภัณฑิรา ฟูกลิ่น) จับมือกันเปิดแฟนเพจขุดคุ้ยเรื่องที่กำลังดัง สร้างประเด็นร้อนๆ ให้มีคนมาติดตาม ด้วยความฉลาด ละเอียด และสู้ไม่ถอยของเจ้าขาทำให้เพจของตัวเองแจ้งเกิดอย่างรวดเร็ว เริ่มมีโฆษณาเข้ามาอย่างต่อเนื่องมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน เจ้าขาโดนดาราสาวฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท…
เล่ห์รักบุษบา

เล่ห์รักบุษบา

บุษบาบรรณ (ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ) เก็บกระเป๋าด้วยหัวใจที่ปวดร้าวหลังจากรู้ว่า โภคิน (กรเศก โคร์นิน) แฟนของเธอหักหลังหลอกให้เธอจำนองบ้าน ขายที่ผืนสุดท้ายของครอบครัว เพื่อไปซื้อไร่องุ่น สร้างชีวิตใหม่ด้วยกันที่ปากช่อง แต่เขากลับทรยศโกงเงินก้อนสุดท้ายของเธอไปกับผู้หญิงคนใหม่ สราญฉัตร (อมีนา พินิจ) ทิ้งให้บุษบาบรรณเจ็บช้ำจนไม่มีชิ้นดี และนั่นเป็นที่มาของการเป็นหนี้ก้อนโต พ่อแม่ไม่มีที่อยู่ต้องไปอาศัยอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด เธอจึงวางแผนไปสมัครเป็นคนงานในไร่องุ่นที่ใหญ่กว่าเพื่อจับลูกชายเจ้าของไร่ เพราะคิดว่านี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เธอกลับมามีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ได้หักหน้าโภคินแฟนเก่าและล้างอายให้กับตัวเอง บุษบาบรรณเขียนใบสมัครมาทำงานที่ไร่ภูผา และได้พบกับ ดินแดน (ภัทรเดช สงวนความดี) หนุ่มรูปหล่อราวกับเทพบุตร แต่เสียดายที่เธอนึกว่าเขาคือ หัวหน้าคนงาน เพราะเธอได้พบเขาครั้งแรกในงานสมาคมส่งออกผลไม้ไทยในสภาพคนส่งของ…
ปี่แก้วนางหงส์

ปี่แก้วนางหงส์

พิกุล (ราณี แคมเปน) หญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้เติบโตมาในคณะมโหรีปี่พาทย์ของ จางวางพ่วง (สรพงษ์ ชาตรี) ผู้เป็นพ่อ ถูกสอนให้เป่าปี่แก้วจนมีความสามารถเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งพระนครทั้งๆ ที่อายุยังน้อย จางวางพ่วงเป็นหัวหน้าคณะวงมโหรีปี่พาทย์ที่มีชื่อเสียง ต่อมา เจ้าพระยาพิชัยเดชา (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) ได้เมตตารับคณะมโหรีปี่พาทย์ของจางวางพ่วงเข้ามาอยู่ในวังพิชัยเดชา พิกุลถูกสอนให้เป่าปี่แก้วมาตั้งแต่เด็ก โดยได้รับการสืบทอดปี่แก้วมาจากย่าของเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะธรรมเนียมของตระกูลที่จางวางพ่วงยึดถือปฏิบัติกันมา โดยคนที่จะเป่าปี่แก้วได้นั้นจะต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น พิกุลมีเพื่อนสนิทคือ เอื้อย (พริมา พันธุ์เจริญ) หญิงสาววัยเดียวกันที่เป็นลูกสาวของ นางสุด (นฤมล พงษ์สุภาพ) แม่ครัวผู้อาศัยอยู่ในเรือนของจางวางพ่วง แต่เอื้อยเป็นคนที่มีนิสัยทโมน…