โกวอลลา

โกวอลลา (Gowalla) เป็นเกมโซเชียลเน็ตเวิร์กในลักษณะของการอ้างอิงสถานที่สร้างโดยบริษัทอะลาโมไฟร์ บริษัทในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เกมนี้เล่นผ่านโทรศัพท์มือถือโดยการ “เช็กอิน” ไปตามสถานที่ต่างๆ ในบริเวณรอบ เพื่อให้ได้รางวัล ของเล่น หรือตราสัญลักษณ์มา จำนวนผู้เล่นเกมนี้ (ข้อมูล มีนาคม 2553) มีประมาณ 150,000 คนทั่วโลก Comma-separated values หรือ ชื่อย่อ CSV เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูลตัวเลข และตัวอักษร ในรูปแบบอักษรธรรมดา ซึ่งรูปแบบอักษรธรรมดาหมายถึง ไฟล์ที่เก็บเฉพาะตัวอักษรเท่านั้น เป็นรูปแบบที่คนอ่านได้ด้วยโปรแกรมอ่านมาตรฐาน แต่ละบรรทัดในไฟล์เรียกว่า เรคคอร์ด และแต่ละ เรคคอร์ด จะประกอบไปด้วยฟีลด์ ซึ่งคั่นด้วยเครื่องหมายลูกน้ำ (,) การใช้เครื่องหมายลูกน้ำ (comma) นี้ เป็นที่มาของชื่อรูปแบบไฟล์นี้นั่นเอง Comma-separated values ไฟล์ CSV นี้ยังไม่มีรูปแบบมาตรฐาน แต่ RFC 4180 ให้การรับรอง ไฟล์ CSV นี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย และมีรูปแบบที่ใกล้เคียงกับ delimiter-separated formats รูปแบบที่มีการคั่นด้วยตัวคั่น เช่น การเก็บข้อมูลที่มี tab คั่น จะเรียก tab-separated values หรือ การเก็บข้อมูลที่มี space คั่น จะเรียก space-separated values ซึ่ง ไฟล์ CSV มี comma คั่น จึงเรียกรูปแบบไฟล์ CSV ว่า Comma-separated values ไฟล์ CSV จะมีนามสกุลไฟล์ .CSV ไม่ว่าจะมีตัวคั่นเป็น tab, space หรือ comma จะมีนามสกุลไฟล์ตัวเดียวกันคือ .csv ไฟล์ CSV เป็นรูปแบบไฟล์ที่ประกอบด้วยตัวเลข และตัวอักษร จึงมีโปรแกรมที่สนับสนุนในการอ่าน และแก้ไขมากมาก เช่น Microsoft Excel, Notepad, Adobe acrobat reader

เครดิตฟรี

เท่าที่ทราบกันในปัจจุบัน รูปแบบการพิมพ์บนกระดาษเริ่มแรกสุด คือ การพิมพ์บล็อกไม้ (woodblock printing) โดยเริ่มขึ้นในประเทศจีนราวปี ค.ศ. 220 จีนเป็นชาติแรกที่พัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ด้วยตัวเรียง (movable type) ขึ้นใช้ โดยมี ปี่ เฉิง เป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1040 และแพร่กระจายไปทั่วเอเชียตะวันออก ต่อมาในศตวรรษที่ 15 โยฮันเนส กูเต็นเบิร์ก สามารถประดิษฐ์เทคโนโลยีแท่นพิมพ์ (printing press) ที่ใช้กับตัวเรียงพิมพ์โลหะได้สำเร็จ เทคโนโลยีแท่นพิมพ์ของกูเต็นเบิร์กนับเป็นการปฏิวัติทางความรู้ที่สำคัญที่สุดในรอบพันปีที่สองของคริสต์ศักราช การพิมพ์ทำให้หนังสือผลิตได้จำนวนมากขึ้นและราคาถูกลง เมื่อเทียบกับหนังสือต้นฉบับบตัวเขียน (manuscript) ที่ต้องใช้เวลาและความอดทนของเสมียนหรืออาลักษณ์ ในการผลิดขึ้นมาแต่ละเล่ม เทคโนโลยีการพิมพ์มีบทบาทสำคัญในการนำสังคมตะวันตกเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม และการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ และเป็นการปูความพร้อมทางวัตถุให้กับเศรษฐกิจฐานความรู้ในยุคสมัยใหม่ โดยเป็นเงื่อนไขสำคัญในการแพร่กระจายความรู้สู่สาธารณะ การพิมพ์ด้วยตัวเรียง (movable type) เป็นระบบการพิมพ์ และการเรียงพิมพ์ ที่ใช้ตัวเรียงพิมพ์โลหะแบบถอดได้ ทำจากแท่งโลหะที่หล่อขึ้นจากแม่พิมพ์ (matrix) แล้วตีตัวอักษรลงไป การพิมพ์ด้วยตัวเรียงทำให้การจัดทำหนังสือมีความยืดหยุ่นมากกว่าการคัดลอกด้วยมือ หรือการพิมพ์แบบบล็อกไม้

สล็อต

ราว ค.ศ. 1040 แม่พิมพ์ตัวเรียงได้ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศจีน โดยระยะแรกตัวพิมพ์ถูกทำขึ้นจากดินเหนียวประเภทเดียวกันที่ใช้ทำเครื่องเคลือบ ซึ่งมีข้อเสียที่แตกหักได้ง่าย ต่อมาในปี 1298 ได้เปลี่ยนมาใช้ตัวพิพม์ที่แกะจากไม้ ซึ่งมีความคงทนกว่า และมีการคิดประดิษฐ์ระบบเรียงพิมพ์ที่ซับซ้อนโดยใช้โต๊ะกลมแบบหมุนได้ เพื่อทำให้การเรียงตัวอักษรจีนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เนื่องจากข้อจำกัดของอักษรจีนที่มีอักษรจำนวนมากทำให้การพิมพ์แบบนี้ก็ยังมีราคาแพง และไม่สามารถพัฒนาขึ้นไปใช้วัสดุแบบอื่นนอกเหนือจากไม้ได้ กล่องใส่ตัวพิพม์โลหะ และวัตถุเรียงพิมพ์ในแท่งประสมอักษร การวิวัฒนาการของการพิมพ์ในยุโรปเกิดขึ้นจากเงื่อนไขสองประการ ประการแรกคือการเลิกใช้ม้วนหนังสือ (scroll) และการเข้าแทนที่ของสมุดหนังสือ หรือ โคเด็กซ์ (codex) ในฐานะรูปแบบมาตรฐานของการผลิตหนังสือ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 1 และที่ 4 เหตุการณ์สำคัญอย่างที่สอง คือ การเปลี่ยนจากการใช้แผ่นหนังสัตว์ (parchment) มาใช้กระดาษแทน ซึ่งทำให้หนังสือมีนำหนักเบาลงมีความยืดหยุ่น

สล็อตออนไลน์

สามารถจุจำนวนหน้าได้มากขึ้น และมีราคาถูกลง โดยศิลปะและเทคโนโลยีการผลิตกระดาษได้แพร่จากโลกมุสลิมเข้ามาสู่ยุโรปตั้งแต่กลาง ศตวรรษที่ 11 (ปี ค.ศ. 1056) โดยผ่านเข้ามาทางประเทศสเปนราวปี ค.ศ. 1450 โยฮันเนส กูเทนเบิร์ก พัฒนาแท่นพิมพ์ที่ใช้ระบบตัวเรียง ขึ้นได้สำเร็จในเยอรมนี กูเทนเบิร์กพัฒนานวัตกรรมสำคัญขึ้นหลายอย่าง ได้แก่ การพัฒนาการหล่อแท่งพิมพ์ในแม่พิมพ์โลหะ การนำเอาเทคโนโลยีการกดเหล้าองุ่นมาใช้ การใช้หมึกพิพม์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันซึ่งมีความข้นกว่าหมึกอินเดียทำให้เหมาะที่จะใช้กับแท่นพิมพ์ และการสร้างกระดาษที่อ่อนนุ่มและมีความสามารถดูดซับหมึกได้มากขึ้น กูเทนเบิร์กยังเป็นคนแรกที่ประดิษฐ์ตัวพิมพ์จากโลหะผสมของตะกั่ว, ดีบุก, พลวง, ทองแดง และ บิสมัท อันเป็นองค์ประกอบที่ยังใช้กันจนทุกวันนี้ นวัตกรรมเหล่านี้ทำให้การพิมพ์สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และลดต้นทุนการผลิตหนังสือลงอย่างมาก นอกจากนี้ชิ้นส่วนตัวพิมพ์ที่เป็นโลหะก็มีความคงทน และชุดตัวอักษรมีความเป็นเอกภาพสูง ทำให้นำไปสู่การพัฒนาศิลปะการเรียงพิมพ์ และการประดิษฐ์ชุดแบบอักษร (font) ต่างๆออกมา

jumboslot

กูเทนเบิร์กเริ่มงานพัฒนาแท่นพิมพ์ตั้งแต่ราวปี 1436 โดยเข้าเป็นหุ้นส่วนกับ อันเดรส์ ดริทเซน (Andreas Dritzehen) ผู้มีประสบการณ์ในการเจียระไนอัญมณี และอันเดรส์ เฮลมานน์ ผู้เป็นเจ้าของโรงงานทำกระดาษ หนังสือที่พิมพ์ขึ้นโดยเทคโนโลยีการเรียงพิมพ์ของกูเทนเบิร์กเล่มแรกในยุโรป คือ ตำราไวยกรณ์ภาษาลาตินของโดนาตัสในปี ค.ศ. 1451 อย่างไรก็ดีจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของ การปฏิวัติกูเทนเบิร์ก ได้แก่การพิมพ์คัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับภาษาลาติน ที่นิยมเรียกกันว่า กูเทนเบิร์กไบเบิ้ล หรือ “ไบเบิ้ล 42 บรรทัด” ในปี 1455 แท่นพิมพ์ของกูเทนเบิร์กแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปยังเมืองต่างๆในยุโรป ภายในปี ค.ศ. 1500 ก็มีร้านช่างพิมพ์กว่า 200 แห่งเกิดขึ้นภายในประเทศเยอรมนีเพียงแค่ประเทศเดียว นักประวัติศาสตร์ประมาณการว่า หนังสือราวยี่สิบล้านเล่มถูกพิมพ์ขึ้นในยุโรปเพียงแค่ในช่วง 50 ปีแรกของการคิดค้นแท่นพิมพ์ของกูเทนเบิร์ก ในขณะที่ประชากรของยุโรปขณะนั้นมีราว 1 ร้อยล้านคน การแพร่กระจายของเทคโนโลยีการพิมพ์ทำให้เกิดการแข่งขันกันสูงจนทำให้หนังสือมีคุณภาพต่ำลงเรื่อยๆ เพื่อตัดราคากัน ร้านทำหนังสือและช่างพิมพ์จึงต้องเสาะหาความคุ้มครองทางเศรษฐกิจจากรัฐ และในขณะเดียวรัฐก็มีแรงจูงใจที่จะควบคุมเนื้อหาของสิ่งพิมพ์ ผ่านการควบคุมกิจกรรมการพิมพ์หนังสือ ทำให้มีการออกใบสิทธิบัตรการพิมพ์ (printing patent) หรือใบรับรองเอกสิทธิการพิมพ์ (printing privilege) ขึ้น และการคุ้มครองทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมการพิมพ์นี้ก็พัฒนากลายเป็นกฎหมายลิขสิทธิในเวลาต่อมา

slot