การเข้ารหัสวิดีโอประสิทธิภาพสูง

การเข้ารหัสวิดีโอประสิทธิภาพสูง (High Efficiency Video Coding หรือ HEVC) หลายครั้งเรียก H.265 คือมาตรฐานการบีบอัดไฟล์วิดีโอ ซึ่งมาแทนมาตรฐาน H.264/MPEG-4 AVC (การเข้ารหัสวิดีโอขั้นสูง) ที่ใช้อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน การเข้ารหัสแบบใหม่นี้อยู่ในขั้นตอนพัฒนาร่วมกันของ ISO/IEC เอ็มเพก และ ITU-T Video Coding Experts Group (VCEG) ภายใต้ชื่อ ISO/IEC 23008-2 MPEG-H Part 2 และ ITU-T H.265 โดยการเข้ารหัสวิดีโอประสิทธิภาพสูงนี้มีอัตราการบีบอัดดีกว่ามาตรฐานปัจจุบันคือ H.264/MPEG AVC ถึงสองเท่า นั่นหมายถึงคุณภาพวิดีโอที่ดีขึ้น และเพื่อเป็นการรองรับโทรทัศน์ความละเอียดสูงยิ่งยวด ซึ่งจะมีความละเอียดจอภาพถึง 8192×4320 พิกเซลข้อความระบุความผิดพเมื่อมีการติดต่อผ่านทางเอชทีทีพี เซิร์ฟเวอร์ต้องตอบสนองกับการร้องขอ เช่นเว็บเบราว์เซอร์ส่งคำร้องขอเอกสารเอชทีเอ็มแอล (เว็บเพจ) ด้วยรหัสตอบสนองแบบตัวเลข และตัวเลือกข้อความว่าอนุญาตหรือไม่อนุญาต (ขึ้นอยู่กับรหัสสถานภาพ) ตัวแรกของรหัส “4” หมายถึงความผิดพลาดทางไคลเอนต์ เช่น การพิมพ์ยูอาร์แอลผิด ตัวเลขที่ตามมาอีกสองตำแหน่ง “04” ระบุสาเหตุของความผิดพลาดที่พบ เอชทีทีพีใช้ระบบรหัสสามตัวในลักษณะนี้ซึ่งคล้ายคลึงกับรหัสที่ใช้ในโพรโทคอลก่อนหน้าอย่างเช่นเอฟทีพีและเอ็นเอ็นทีพี สำหรับรหัสตอบสนอง 404 จะตามด้วย “ข้อความระบุสาเหตุ” ซึ่งเอชทีทีพีใช้ข้อความ “Not Found และในหลายเว็บเซิร์ฟเวอร์จะกำหนดหน้าเพจเอชทีเอ็มแอลที่มีทั้งรหัส 404 และข้อความ “Not Found” ความผิดพลาดแบบ 404 นี้มักพบในกรณีที่หน้าดังกล่าวถูกเคลื่อนย้ายหรือลบไป สำหรับในกรณีแรกการตอบสนองที่ดีที่สุดควรที่จะเป็น 301 Moved Permanently ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ในไฟล์การตั้งค่าของเซิร์ฟเวอร์โดยส่วนใหญ่ หรือโดยการเปลี่ยนชื่อยูอาร์แอล สำหรับในกรณีที่สอง ควรจะตอบสนองด้วย 410 Gone แทน แต่เนื่องจากการทำให้เซิร์ฟเวอร์มีการตอบสนองทั้งสองกรณีตามที่กล่าวมาแล้ว ต้องใช้การตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์พิเศษเพิ่มเติม ทำให้เว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่มีการใช้การตอบสนองทั้งสองแบบ ความผิดพลาดแบบ 404 ไม่ควรนำไปสับสนกับความผิดพลาดของดีเอ็นเอสที่เกิดขึ้นเมื่อกรอกยูอาร์แอลไปยังชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่มีอยู่ ความผิดพลาดแบบ 404 นั้นเป็นการระบุว่าพบเซิร์ฟเวอร์ แต่เซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถเปิดหน้าที่ร้องขอได้

เครดิตฟรี

เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตั้งค่าให้แสดงผลแบบกำหนดเอง รวมไปถึงการระบุคำอธิบาย สัญลักษณ์ของเว็บหลักหรือในบางครั้งการใส่ช่องค้นหา สำหรับข้อความในระดับโพรโทคอล ซึ่งถูกซ่อนจากผู้ใช้ มักไม่ค่อยทำหน้าที่กำหนดเองในกรณีของอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ (ก่อนหน้ารุ่น 7) จะไม่แสดงผลหน้าที่กำหนดเอง นอกจากว่าหน้าดังกล่าวจะมีขนาดมากกว่า 512 ไบต์ สำหรับกูเกิล โครมก็มีการแสดงผลที่คล้ายคลึงกัน โดยรหัส 404 ถูกแทนที่โดยหน้าที่แนะนำทางเลือกซึ่งสร้างขึ้นมาโดยขั้นตอนวิธีของกูเกิล ถ้าหน้าที่กำหนดเองมีขนาดน้อยกว่า 512 ไบต์ปัญหาอีกอย่างที่พบคือถ้าเว็บเพจนั้นไม่มี favicon และมีหน้า 404 ที่กำหนดเอง จะมีการส่งถ่ายข้อมูลเพิ่มมากขึ้น และจะใช้เวลามากขึ้นในการเรียกหน้าดังกล่าว การดำเนินการใช้ข้อผิดพลาดแบบ 404 ปลอมเพื่อเป็นวิธีการปกปิดการตรวจพิจารณานั้นมีรายงานในประเทศไทย และตูนิเซีย ในตูนิเซีย ซึ่งมีรายงานว่ามีการตรวจพิจารณาอย่างรุนแรงนั้น ประชาชนได้เริ่มตระหนักรู้ถึงธรรมชาติของความผิดพลาดแบบ 404 ปลอมและได้สร้างตัวละครในจินตนาการที่มีชื่อว่า “อัมมาร์ 404” ซึ่งเป็นตัวแทนของ “การตรวจพิจารณาที่มองไม่เห็น”เซิร์ฟเวอร์เว็บไซต์โฮสติงจะสร้างเพจ “404 Not Found” เมื่อผู้ใช้พยายามเข้าถึงลิงก์เสีย ดังนั้นข้อผิดพลาด 404 จึงเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่จำง่ายที่สุดที่ผู้ใช้จะพบบนเว็บ

สล็อต

บางครั้งเครื่องให้บริการเอชทีทีพีใช้การบีบอัดข้อมูล (gzip หรือ deflate) เพื่อลดเวลาที่ใช้ในการส่งถ่ายข้อมูล แม้ว่าการเข้ารหัสขนส่งเป็นชิ้นส่วนสามารถใช้ได้กับทรัพยากรที่บีบอัดเพื่อลดปริมาณชิ้นส่วนที่ส่ง แต่หลังจากแบ่งแล้ว ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีการบีบอัดในตัวเองก็จะไม่มีประโยชน์อะไร แถมยังทำให้เซิร์ฟเวอร์เสียเวลาในการบีบอัดอย่างเต็มที่ แล้วข้อมูลบีบอัดที่ออกมาจึงค่อยถูกตัดแบ่งตามแผน ส่วนกรณีที่มีการตัดแบ่งเป็นชิ้นส่วนก่อนแล้วค่อยนำไปบีบอัด มีข้อดีตรงที่สามารถบีบอัดได้ทันทีในขณะที่ข้อมูลกำลังส่ง เพราะข้อมูลที่นำมาบีบอัดมีขนาดเล็ก แต่ก็มีข้อเสียคือไม่สามารถทราบถึงขนาดข้อมูลสุดท้ายที่บีบอัดแล้วได้โดยง่าย เครื่องแม่ข่ายจะส่งส่วนหัวของการตอบรับ Transfer-Encoding โดยกำหนดค่าเป็น chunked แต่ละชิ้นส่วนจะขึ้นต้นด้วยขนาดของข้อมูลในชิ้นส่วนนั้นเป็นเลขฐานสิบหก ตามด้วยอักขระปัดแคร่ (carriage return) อักขระป้อนบรรทัด (line feed) และข้อมูลในส่วนนั้น ในการนำไปใช้บางอย่าง จะมีอักขระช่องว่าง (0x20) เพิ่มเข้ามาระหว่างขนาดของชิ้นส่วน กับอักขระปัดแคร่ป้อนบรรทัด และเมื่อไม่มีข้อมูลที่จะส่งต่อแล้ว ชิ้นส่วนตอบรับสุดท้ายจะจบด้วยขนาดที่เท่ากับ 0

สล็อตออนไลน์

เกณฑ์วิธีขนส่งข้อความหลายมิติ หรือ เอชทีทีพี (HyperText Transfer Protocol: HTTP) คือโพรโทคอลในระดับชั้นโปรแกรมประยุกต์เพื่อการแจกจ่ายและการทำงานร่วมกันกับสารสนเทศของสื่อผสม ใช้สำหรับการรับทรัพยากรที่เชื่อมโยงกับภายนอก ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งเวิลด์ไวด์เว็บ การพัฒนาเอชทีทีพีเป็นการทำงานร่วมกันของเวิลด์ไวด์เว็บคอนซอร์เทียม (W3C) และคณะทำงานเฉพาะกิจด้านวิศวกรรมอินเทอร์เน็ต (IETF) ซึ่งมีผลงานเด่นในการเผยแพร่เอกสารขอความเห็น (RFC) หลายชุด เอกสารที่สำคัญที่สุดคือ RFC 2616 (เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542) ได้กำหนด HTTP/1.1 ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เอชทีทีพีเป็นมาตรฐานในการร้องขอและการตอบรับระหว่างเครื่องลูกข่ายกับเครื่องแม่ข่าย ซึ่งเครื่องลูกข่ายคือผู้ใช้ปลายทาง (end-user) และเครื่องแม่ข่ายคือเว็บไซต์ เครื่องลูกข่ายจะสร้างการร้องขอเอชทีทีพีผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ เว็บครอว์เลอร์ หรือเครื่องมืออื่น ๆ ที่จัดว่าเป็น ตัวแทนผู้ใช้ (user agent) ส่วนเครื่องแม่ข่ายที่ตอบรับ ซึ่งเก็บบันทึกหรือสร้าง ทรัพยากร (resource) อย่างเช่นไฟล์เอชทีเอ็มแอลหรือรูปภาพ จะเรียกว่า เครื่องให้บริการต้นทาง (origin server) ในระหว่างตัวแทนผู้ใช้กับเครื่องให้บริการต้นทางอาจมีสื่อกลางหลายชนิด อาทิพร็อกซี เกตเวย์ และทุนเนล เอชทีทีพีไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใช้ชุดเกณฑ์วิธีอินเทอร์เน็ต (TCP/IP) เท่านั้น แม้ว่าจะเป็นการใช้งานที่นิยมมากที่สุดบนอินเทอร์เน็ตก็ตาม โดยแท้จริงแล้วเอชทีทีพีสามารถ “นำไปใช้ได้บนโพรโทคอลอินเทอร์เน็ตอื่น ๆ หรือบนเครือข่ายอื่นก็ได้” เอชทีทีพีคาดหวังเพียงแค่การสื่อสารที่เชื่อถือได้ นั่นคือโพรโทคอลที่มีการรับรองเช่นนั้นก็สามารถใช้งานได้

jumboslot

ปกติเครื่องลูกข่ายเอชทีทีพีจะเป็นผู้เริ่มสร้างการร้องขอก่อน โดยเปิดการเชื่อมต่อด้วยเกณฑ์วิธีควบคุมการขนส่งข้อมูล (TCP) ไปยังพอร์ตเฉพาะของเครื่องแม่ข่าย (พอร์ต 80 เป็นค่าปริยาย) เครื่องแม่ข่ายเอชทีทีพีที่เปิดรอรับอยู่ที่พอร์ตนั้น จะเปิดรอให้เครื่องลูกข่ายส่งข้อความร้องขอเข้ามา เมื่อได้รับการร้องขอแล้ว เครื่องแม่ข่ายจะตอบรับด้วยข้อความสถานะอันหนึ่ง ตัวอย่างเช่น “HTTP/1.1 200 OK” ตามด้วยเนื้อหาของมันเองส่งไปด้วย เนื้อหานั้นอาจเป็นแฟ้มข้อมูลที่ร้องขอ ข้อความแสดงข้อผิดพลาด หรือข้อมูลอย่างอื่นเป็นต้น ทรัพยากรที่ถูกเข้าถึงด้วยเอชทีทีพีจะถูกระบุโดยใช้ตัวระบุแหล่งทรัพยากรสากล (URI) (หรือเจาะจงลงไปก็คือ ตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต (URL)) โดยใช้ http: หรือ https: เป็นแผนของตัวระบุ (URI scheme) เอชทีทีพีได้กำหนดคำสั่งร้องขอไว้แปดคำสั่ง (หรือเรียกว่าวิธีการร้องขอ บางครั้งอาจเรียกว่าเป็น “กริยา”) แสดงการกระทำที่ต้องการ เพื่อที่จะดำเนินการกับทรัพยากรที่ถูกระบุ สิ่งที่ทรัพยากรนั้นนำเสนอ ไม่ว่าเป็นข้อมูลที่มีอยู่ก่อนหรือสร้างขึ้นมาแบบพลวัตก็ตาม จะขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ของเครื่องแม่ข่าย ซึ่งบ่อยครั้งทรัพยากรมักจะสอดคล้องกับไฟล์ หรือผลลัพธ์ส่งออกจากโปรแกรมข้างเคียงในเครื่องแม่ข่ายนั้น เครื่องให้บริการเอชทีทีพีจะต้องสามารถใช้คำสั่ง GET และ HEAD ได้เป็นอย่างน้อย

slot

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *