อะโดบี ชอกเวฟ

อะโดบี ชอกเวฟ (Adobe Shockwave) เป็นโปรแกรมประยุกต์สื่อประสมที่ใช้ในการแทรกแอนิเมชัน และปฏิสัมพันธ์ไปยังหน้าเว็บ ช่วยให้โปรแกรมประยุกต์อะโดบี ไดเรกเตอร์ เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตและเข้าชมได้ในเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์เครื่องใดที่มีคลื่นกระแทกติดตั้งปลั๊กอิน ผลิตครั้งแรกโดยบริษัทแมโครมีเดีย และวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1995 และต่อมาก็ได้ซื้อกิจการ โดยอะโดบีซิสเต็มส์ ใน ค.ศ. 2005 การเข้ารหัสขนส่งเป็นชิ้นส่วน ( chunked transfer encoding) เป็นวิธีหนึ่งของเว็บเซิร์ฟเวอร์เอชทีทีพี ในการส่งถ่ายข้อมูลไปยังโปรแกรมประยุกต์ของเครื่องลูกข่าย (ซึ่งมักจะเป็นเว็บเบราว์เซอร์) ปกติแล้วข้อมูลที่ได้รับจากข้อความตอบรับเอชทีทีพีจะถูกส่งมาเป็นข้อมูลชิ้นเดียว ซึ่งขนาดของเนื้อหานั้นได้แสดงไว้ในส่วนหัว Content-Length ขนาดของข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าเครื่องลูกข่ายจำเป็นต้องทราบว่า เมื่อไรข้อความตอบรับจะสิ้นสุดและเมื่อไรข้อความถัดไปจะตามมา และด้วยการใช้การเข้ารหัสขนส่งเป็นชิ้นส่วน ข้อมูลจะถูกแบ่งออกเป็นบล็อกย่อย ๆ และถูกส่งออกไปเป็นหนึ่งหรือหลาย “ชิ้นส่วน” (chunk) ดังนั้นเครื่องแม่ข่ายอาจเริ่มส่งข้อมูลก่อนที่มันจะทราบว่าขนาดรวมทั้งหมดของเนื้อหาเป็นเท่าใด บ่อยครั้งที่ขนาดของบล็อกจะเท่ากันหมด แต่ก็ไม่แน่เสมอไป

เครดิตฟรี

บางครั้งเครื่องให้บริการเอชทีทีพีใช้การบีบอัดข้อมูล (gzip หรือ deflate) เพื่อลดเวลาที่ใช้ในการส่งถ่ายข้อมูล แม้ว่าการเข้ารหัสขนส่งเป็นชิ้นส่วนสามารถใช้ได้กับทรัพยากรที่บีบอัดเพื่อลดปริมาณชิ้นส่วนที่ส่ง แต่หลังจากแบ่งแล้ว ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีการบีบอัดในตัวเองก็จะไม่มีประโยชน์อะไร แถมยังทำให้เซิร์ฟเวอร์เสียเวลาในการบีบอัดอย่างเต็มที่ แล้วข้อมูลบีบอัดที่ออกมาจึงค่อยถูกตัดแบ่งตามแผน ส่วนกรณีที่มีการตัดแบ่งเป็นชิ้นส่วนก่อนแล้วค่อยนำไปบีบอัด มีข้อดีตรงที่สามารถบีบอัดได้ทันทีในขณะที่ข้อมูลกำลังส่ง เพราะข้อมูลที่นำมาบีบอัดมีขนาดเล็ก แต่ก็มีข้อเสียคือไม่สามารถทราบถึงขนาดข้อมูลสุดท้ายที่บีบอัดแล้วได้โดยง่าย เครื่องแม่ข่ายจะส่งส่วนหัวของการตอบรับ Transfer-Encoding โดยกำหนดค่าเป็น chunked แต่ละชิ้นส่วนจะขึ้นต้นด้วยขนาดของข้อมูลในชิ้นส่วนนั้นเป็นเลขฐานสิบหก ตามด้วยอักขระปัดแคร่ (carriage return) อักขระป้อนบรรทัด (line feed) และข้อมูลในส่วนนั้น ในการนำไปใช้บางอย่าง จะมีอักขระช่องว่าง (0x20) เพิ่มเข้ามาระหว่างขนาดของชิ้นส่วน กับอักขระปัดแคร่ป้อนบรรทัด และเมื่อไม่มีข้อมูลที่จะส่งต่อแล้ว ชิ้นส่วนตอบรับสุดท้ายจะจบด้วยขนาดที่เท่ากับ 0

สล็อต

เกณฑ์วิธีขนส่งข้อความหลายมิติ หรือ เอชทีทีพี ( HyperText Transfer Protocol: HTTP) คือโพรโทคอลในระดับชั้นโปรแกรมประยุกต์เพื่อการแจกจ่ายและการทำงานร่วมกันกับสารสนเทศของสื่อผสม ใช้สำหรับการรับทรัพยากรที่เชื่อมโยงกับภายนอก ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งเวิลด์ไวด์เว็บ การพัฒนาเอชทีทีพีเป็นการทำงานร่วมกันของเวิลด์ไวด์เว็บคอนซอร์เทียม (W3C) และคณะทำงานเฉพาะกิจด้านวิศวกรรมอินเทอร์เน็ต (IETF) ซึ่งมีผลงานเด่นในการเผยแพร่เอกสารขอความเห็น (RFC) หลายชุด เอกสารที่สำคัญที่สุดคือ RFC 2616 (เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542) ได้กำหนด HTTP/1.1 ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เอชทีทีพีเป็นมาตรฐานในการร้องขอและการตอบรับระหว่างเครื่องลูกข่ายกับเครื่องแม่ข่าย ซึ่งเครื่องลูกข่ายคือผู้ใช้ปลายทาง (end-user) และเครื่องแม่ข่ายคือเว็บไซต์ เครื่องลูกข่ายจะสร้างการร้องขอเอชทีทีพีผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ เว็บครอว์เลอร์ หรือเครื่องมืออื่น ๆ ที่จัดว่าเป็น ตัวแทนผู้ใช้ (user agent) ส่วนเครื่องแม่ข่ายที่ตอบรับ ซึ่งเก็บบันทึกหรือสร้าง ทรัพยากร (resource) อย่างเช่นไฟล์เอชทีเอ็มแอลหรือรูปภาพ จะเรียกว่า เครื่องให้บริการต้นทาง (origin server) ในระหว่างตัวแทนผู้ใช้กับเครื่องให้บริการต้นทางอาจมีสื่อกลางหลายชนิด อาทิพร็อกซี เกตเวย์ และทุนเนล เอชทีทีพีไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใช้ชุดเกณฑ์วิธีอินเทอร์เน็ต (TCP/IP) เท่านั้น แม้ว่าจะเป็นการใช้งานที่นิยมมากที่สุดบนอินเทอร์เน็ตก็ตาม โดยแท้จริงแล้วเอชทีทีพีสามารถ “นำไปใช้ได้บนโพรโทคอลอินเทอร์เน็ตอื่น ๆ หรือบนเครือข่ายอื่นก็ได้” เอชทีทีพีคาดหวังเพียงแค่การสื่อสารที่เชื่อถือได้ นั่นคือโพรโทคอลที่มีการรับรองเช่นนั้นก็สามารถใช้งานได้

สล็อตออนไลน์

ปกติเครื่องลูกข่ายเอชทีทีพีจะเป็นผู้เริ่มสร้างการร้องขอก่อน โดยเปิดการเชื่อมต่อด้วยเกณฑ์วิธีควบคุมการขนส่งข้อมูล (TCP) ไปยังพอร์ตเฉพาะของเครื่องแม่ข่าย (พอร์ต 80 เป็นค่าปริยาย) เครื่องแม่ข่ายเอชทีทีพีที่เปิดรอรับอยู่ที่พอร์ตนั้น จะเปิดรอให้เครื่องลูกข่ายส่งข้อความร้องขอเข้ามา เมื่อได้รับการร้องขอแล้ว เครื่องแม่ข่ายจะตอบรับด้วยข้อความสถานะอันหนึ่ง ตัวอย่างเช่น “HTTP/1.1 200 OK” ตามด้วยเนื้อหาของมันเองส่งไปด้วย เนื้อหานั้นอาจเป็นแฟ้มข้อมูลที่ร้องขอ ข้อความแสดงข้อผิดพลาด หรือข้อมูลอย่างอื่นเป็นต้น ทรัพยากรที่ถูกเข้าถึงด้วยเอชทีทีพีจะถูกระบุโดยใช้ตัวระบุแหล่งทรัพยากรสากล (URI) (หรือเจาะจงลงไปก็คือ ตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต (URL)) โดยใช้ http: หรือ https: เป็นแผนของตัวระบุ (URI scheme) เอชทีทีพีได้กำหนดคำสั่งร้องขอไว้แปดคำสั่ง (หรือเรียกว่าวิธีการร้องขอ บางครั้งอาจเรียกว่าเป็น “กริยา”) แสดงการกระทำที่ต้องการ เพื่อที่จะดำเนินการกับทรัพยากรที่ถูกระบุ สิ่งที่ทรัพยากรนั้นนำเสนอ ไม่ว่าเป็นข้อมูลที่มีอยู่ก่อนหรือสร้างขึ้นมาแบบพลวัตก็ตาม จะขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ของเครื่องแม่ข่าย ซึ่งบ่อยครั้งทรัพยากรมักจะสอดคล้องกับไฟล์ หรือผลลัพธ์ส่งออกจากโปรแกรมข้างเคียงในเครื่องแม่ข่ายนั้น เครื่องให้บริการเอชทีทีพีจะต้องสามารถใช้คำสั่ง GET และ HEAD ได้เป็นอย่างน้อย

jumboslot

ใน HTTP/0.9 และ 1.0 การเชื่อมต่อจะถูกปิดทุกครั้งหลังจากการการร้องขอและการตอบรับจบไป ดังนั้นในรุ่น HTTP/1.1 จึงมีการแนะนำกลไกเพื่อให้การเชื่อมต่อยังคงอยู่ ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียวสามารถใช้ซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ มากกว่าหนึ่งครั้ง การเชื่อมต่อแบบคงอยู่เช่นนั้นช่วยลดโอกาสของการเกิดความล่าช้า (lag) เพราะว่าเครื่องลูกข่ายไม่จำเป็นต้องต่อรองการเชื่อมต่อทีซีพีใหม่อีกครั้ง หลังจากข้อความร้องขอแรกได้ถูกส่งไปแล้ว HTTP/1.1 ได้มีการจัดแบนด์วิดท์ให้ดียิ่งขึ้นไปกว่ารุ่น 1.0 ยกตัวอย่างเช่น HTTP/1.1 มีการแนะนำการเข้ารหัสขนส่งเป็นชิ้นส่วน (chunked transfer encoding) เพื่อทำให้เนื้อหาบนการเชื่อมต่อแบบคงอยู่ส่งถ่ายเป็นกระแสข้อมูลได้ (streaming) แทนที่จะเก็บลงในที่พักข้อมูล (buffer) การทำงานแบบสายท่อของเอชทีทีพี (HTTP pipelining) ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยลดความล่าช้าลงได้อย่างมาก ซึ่งทำให้เครื่องลูกข่ายสามารถส่งข้อความร้องขอได้หลายข้อความ ก่อนที่จะได้รับข้อความตอบรับของอันแรก อีกพัฒนาการหนึ่งคือการบริการเป็นไบต์ (byte serving) ซึ่งจะทำให้เครื่องแม่ข่ายส่งถ่ายข้อมูลมาเพียงแค่ส่วนหนึ่งจากทรัพยากรทั้งอัน ในช่วงตำแหน่งที่เครื่องลูกข่ายต้องการ เอชทีทีพีเป็นโพรโทคอลที่ไม่มีการระบุสถานะ ข้อดีของโพรโทคอลแบบนี้คือเครื่องแม่ข่ายไม่จำเป็นต้องดึงสารสนเทศอื่นมาจากผู้ใช้ในระหว่างการร้องขอ แต่สิ่งนี้ทำให้ผู้พัฒนาเว็บต้องใช้วิธีการอื่นเพื่อรักษาสถานะของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งเนื้อหาเว็บไซต์ เว็บแอปพลิเคชันจะต้องบันทึกติดตามกระบวนการต่าง ๆ ของผู้ใช้เป็นหน้าต่อหน้า หรือการล็อกอินเข้าสู่ระบบ ซึ่งจำเป็นต้องทราบว่าผู้ใช้นั้นอยู่ในสถานะล็อกอินหรือไม่ จึงจะส่งข้อความตอบรับได้อย่างเหมาะสม วิธีการที่เป็นปกติสำหรับปัญหานี้คือการรับและส่งคุกกี้ และวิธีการอื่นคื่อการสร้างตัวแปรวาระ (session) ทางฝั่งเครื่องแม่ข่าย หรือใช้ตัวแปรซ่อนผ่านทางหน้าแบบฟอร์ม หรือใช้พารามิเตอร์ที่เข้ารหัสแบบตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต

slot

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *